Back

Release 11.7 – Zero Downtime, AI Tools & React Ready

Release 11.7 มาพร้อมการอัปเดตครั้งสำคัญที่เปลี่ยนเกมการพัฒนาแอป โดยตรงจุดกับ pain point ของนักพัฒนาอย่างแท้จริง

ตั้งแต่การขจัดปัญหาการหยุดให้บริการด้วย Zero Downtime Deployment ไปจนถึงการทำให้การทำงานของ AI โปร่งใสมากขึ้นด้วย Visual Trace Chart ที่ช่วยมองเห็นขั้นตอนการทำงานของ AI ได้อย่างชัดเจน

ไม่ว่าคุณจะพัฒนาแอปด้วย React client, สร้าง mobile app แบบ offline-first, หรือดูแลระบบในระดับ enterprise scale — Release นี้มีฟีเจอร์ใหม่ที่ช่วยให้ชีวิตนักพัฒนาง่ายขึ้นอย่างแน่นอน

มาดูกันว่าอะไรใหม่บ้าง และการอัปเดตเหล่านี้จะช่วยให้โปรเจกต์ถัดไปของคุณทำงานได้ลื่นไหลและมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างไร

Mx Model Reflection now fully ready for the React Client

Mx Model Reflection เป็นโมดูลสำคัญสำหรับนักพัฒนาที่ต้องการตรวจสอบข้อมูลโครงสร้างของแอปโดยตรงจากตัวแอปเอง ไม่ว่าจะเป็น entity, attribute หรือ microflow โดยมีหลายโมดูลใน Marketplace ที่พึ่งพาโมดูลนี้อยู่แล้ว ดังนั้นการมีเวอร์ชันที่ทำงานร่วมกับแอป Mendix สมัยใหม่ได้อย่างราบรื่นจึงสร้างคุณค่าได้ทันที

การอัปเดตครั้งนี้ช่วยให้นักพัฒนาสามารถเดินหน้าสู่การใช้งาน React client ได้อย่างมั่นใจ โดยไม่จำเป็นต้องหาทางแก้ไขเฉพาะกิจ (workaround) หรือปรับแต่งเพิ่มเติมเอง

ก่อนหน้านี้ ตัวโมดูลรองรับ React client อยู่แล้วเป็นส่วนใหญ่ และใช้ widget แบบ modern สำหรับฟังก์ชันหลักเกือบทั้งหมด ข้อยกเว้นเพียงอย่างเดียวคือ หน้า selection แบบ legacy บางชุดที่ถูกเก็บไว้เพื่อรองรับโมดูลรุ่นเก่าเท่านั้น ซึ่งองค์ประกอบที่ล้าสมัยเหล่านี้เองคืออุปสรรคสุดท้ายที่ทำให้โมดูลยังไม่สอดคล้องกับมาตรฐาน Mendix ปัจจุบันอย่างสมบูรณ์

ด้วยการอัปเดตล่าสุด เวอร์ชัน 9.1.0 หน้า selection แบบ legacy เหล่านี้ได้ถูกนำออกไปแล้ว ส่งผลให้โมดูลมีความเรียบง่ายขึ้น และสอดคล้องกับ React client อย่างเต็มรูปแบบ นักพัฒนาสามารถใช้งาน Mx Model Reflection ได้ทั้งในโปรเจกต์ใหม่และโปรเจกต์เดิม โดยมั่นใจได้ว่าทุกส่วนทำงานบนคอมโพเนนต์สมัยใหม่ โดยไม่ต้องใช้ความพยายามเพิ่มเติม

Enhanced Data Widget Control

Data Widgets v3.8 — อัปเกรดใหญ่สำหรับ Data Grid 2 และ Gallery

การออกรุ่น Data widgets v3.8 ไม่ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่แค่หนึ่งหรือสองอย่าง แต่จัดมาให้ถึง สามการปรับปรุงสำคัญ สำหรับ Data Grid 2 และ Gallery!

Custom Pagination

Data Grid 2 รองรับการทำ pagination แบบปรับแต่งเองได้อย่างเต็มรูปแบบ ให้นักพัฒนาควบคุมประสบการณ์การเลื่อนดูข้อมูลของผู้ใช้ได้ทั้งหมด

แทนที่จะต้องใช้ปุ่มเปลี่ยนหน้าแบบมาตรฐาน คุณสามารถออกแบบ UI ของ pagination เองได้ ไม่ว่าจะเป็นปุ่ม, input field หรือ custom widget ใด ๆ พร้อมสไตล์ที่เข้ากับดีไซน์ของแอปคุณ

Data Grid 2 จะเปิดให้ผูกค่า (bind) ต่าง ๆ ได้ เช่น:

  • หน้าปัจจุบัน (current page)
  • จำนวนข้อมูลทั้งหมด (total rows)
  • จำนวนข้อมูลต่อหน้า (page size)

ค่าต่าง ๆ เหล่านี้สามารถเชื่อมกับ page variable หรือ entity attribute ได้โดยตรง ทำให้เกิดความสามารถขั้นสูง เช่น:

  • การปรับจำนวนข้อมูลต่อหน้าแบบ dynamic
  • การกำหนด logic การเปลี่ยนหน้าเอง
  • การสร้าง pagination control ที่กลมกลืนกับ design system ของแอป

ฟีเจอร์นี้จะถูกเพิ่มให้กับ Gallery ใน release ถัดไป

Auto-select First Row

ฟีเจอร์ auto-select จาก Data Grid 1 ถูกนำกลับมาใช้งานอีกครั้ง โดยระบบจะ เลือก (highlight) แถวแรกให้อัตโนมัติเมื่อโหลดข้อมูลเสร็จ ฟีเจอร์นี้มีประโยชน์มากสำหรับหน้าจอแบบ master-detail ที่มี Data View แสดงรายละเอียดของรายการที่เลือกอยู่ ช่วยลดขั้นตอนที่ผู้ใช้ต้องคลิกเพิ่มเพื่อดูข้อมูล

Gallery Refresh Timer

Gallery widget เพิ่มความสามารถ auto-refresh timer เช่นเดียวกับที่มีอยู่ใน Data Grid 2 แล้ว ช่วยให้สามารถอัปเดตข้อมูลแบบ near real-time เหมาะสำหรับ: Dashboard, หน้าจอ monitoring หรือหน้าจอแสดงสถานะต่าง ๆ โดยไม่จำเป็นต้องให้ผู้ใช้กด refresh เอง

Mobile

Make It Native updated for Mendix 11.6

เรายินดีที่จะประกาศว่า Make It Native ซึ่งเป็นแอปคู่สำหรับใช้ทดสอบ Mendix native mobile apps ระหว่างการพัฒนา ได้รับการอัปเดตให้รองรับ Mendix 11.6 แล้ว การอัปเดตครั้งนี้ช่วยให้นักพัฒนาสามารถใช้งานโปรเจกต์ native mobile ให้สอดคล้องกับ Mendix MTS เวอร์ชันล่าสุด ได้อย่างราบรื่น ทำให้การพัฒนามีความเสถียรและน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น สำหรับการดาวน์โหลดหรืออัปเดต Make It Native สามารถทำตามขั้นตอนในคู่มือที่ Mendix แนะนำไว้

หมายเหตุ: Make It Native ไม่สามารถใช้งานกับ Mendix เวอร์ชันเก่าได้อีกต่อไป

หากต้องการทดสอบแอปบน Mendix เวอร์ชันก่อนหน้า เช่น Mendix 10.24 แนะนำให้สร้าง Custom Make It Native app หรือ Custom Developer app แทน

การอัปเดต native mobile app อย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้สามารถใช้งานความสามารถใหม่ ๆ และคงความเข้ากันได้กับระบบปฏิบัติการมือถือในปัจจุบัน Mendix แนะนำให้ทำการอัปเดต native mobile app ทุก ๆ 6–12 เดือน ตามแนวทางในคู่มือ

Download and upload files in offline-first apps

แอปแบบ offline-first มีเป้าหมายหลักคือการมอบประสบการณ์ใช้งานที่ราบรื่น แม้ในกรณีที่ไม่มีการเชื่อมต่อเครือข่าย ที่ผ่านมา ยังไม่มีวิธีที่ตรงไปตรงมาในการ อัปโหลดหรือดาวน์โหลดไฟล์ ที่ถูกจัดเก็บอยู่ใน Mendix domain model ขณะออฟไลน์ นักพัฒนามักจำเป็นต้องใช้ JavaScript แบบ custom เป็นทางแก้ไขเฉพาะกิจ

ใน Release นี้ Mendix ได้เพิ่ม การรองรับการอัปโหลดและดาวน์โหลดไฟล์อย่างเต็มรูปแบบ สำหรับ web-based offline-first apps โดย:

  • สามารถใช้ FileManager widget เพื่อให้ผู้ใช้อัปโหลดหรือดาวน์โหลดไฟล์ได้
  • สามารถเรียกใช้ Download File action ภายใน nanoflow ได้

การปรับปรุงเหล่านี้ช่วยให้การพัฒนา offline-first app ที่ต้องจัดการไฟล์แบบ custom ทำได้ง่ายและเป็นมาตรฐานมากขึ้น

ขณะนี้ทีมงานกำลังพัฒนาการรองรับสำหรับ native mobile apps และจะเปิดให้ใช้งานในเร็ว ๆ นี้

Streaming business events to your data lake (Beta)

Mendix เตรียมเปิดตัว Mendix Event Broker Bridge ในสถานะ Beta ซึ่งช่วยให้คุณสามารถส่ง business events ที่เลือกไว้ไปยัง data lake บน Azure หรือ AWS ได้โดยตรง

Bridge นี้เปิดให้คุณ:

  • กำหนดตำแหน่งจัดเก็บข้อมูลบน AWS S3 หรือ Azure Blob Storage
  • เลือก business events ที่ต้องการส่งไปยัง data lake
  • เริ่มการทำงานของ bridge ได้ทันที

เมื่อเริ่มใช้งาน ระบบจะทำการ stream business events แบบ near real-time ไปยัง data lake โดยอัตโนมัติ และจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบ JSON

ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปใช้ได้อย่างสะดวก ไม่ว่าจะเป็น:

  • การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเครื่องมือ analytics ภายนอก
  • การจัดเก็บข้อมูลเพื่อการตรวจสอบและ audit ในระดับองค์กร

OQL

OQL คือภาษา query ของ Mendix ที่ช่วยให้คุณทำงานกับข้อมูลปริมาณมากในแอปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในส่วนของการ อ่านข้อมูล และตั้งแต่เวอร์ชัน 11.6 เป็นต้นมา ยังรองรับการ อัปเดตข้อมูล ได้อีกด้วย

ใน Mendix 11.7 มีการขยายความสามารถของ OQL DML (Data Manipulation Language) ให้รองรับการ insert ข้อมูลหลาย object พร้อม association ได้ภายในคำสั่งเดียว ตัวอย่างเช่น หากคุณกำลัง insert ข้อมูล OrderLine ด้วย OQL คุณสามารถกำหนด association ไปยัง Order ที่เกี่ยวข้องได้ในคำสั่ง OQL INSERT เดียวกัน

นอกจากนี้ ยังมีการอัปเดต OQL module บน Marketplace ให้รองรับ OQL DML statements ทำให้นักพัฒนา ไม่จำเป็นต้องใช้ Mendix Java APIs อีกต่อไป หากต้องการใช้ประโยชน์จาก OQL DML ในการแก้ไขข้อมูล ภายในปีนี้ Mendix ยังมีแผนเพิ่มการรองรับ OQL DML ใน Studio Pro ซึ่งจะช่วยยกระดับประสบการณ์การพัฒนาให้สะดวกและเป็นมิตรกับนักพัฒนามากยิ่งขึ้น

การปรับปรุงสุดท้ายสำหรับ OQL ใน Release นี้ คือการเพิ่ม การรองรับ comment นักพัฒนาสามารถใส่ comment ลงใน OQL ได้โดยตรง เพื่อช่วยให้เพื่อนร่วมทีมเข้าใจ query ได้ง่ายขึ้น หรือในกรณีที่มีการสร้าง OQL ด้วย Maia ระบบก็สามารถแทรก comment ลงใน OQL ที่ generate ขึ้นมาได้ ทำให้คุณตรวจสอบและทำความเข้าใจ query เหล่านั้นได้สะดวกยิ่งขึ้น

Deployment flexibility

Zero downtime on Mendix Cloud

เรารู้สึกตื่นเต้นอย่างยิ่งที่จะประกาศฟีเจอร์ใหม่สำหรับผู้ใช้งาน Mendix Cloud ทุกคน นั่นคือ Zero Downtime บน Mendix Cloud

ฟีเจอร์ใหม่นี้ถูกออกแบบมาเพื่อทำให้ประสบการณ์ด้านการพัฒนาและการ deploy แอปของคุณ ราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากกว่าที่เคย ด้วย Zero Downtime คุณสามารถ restart แอปพลิเคชันได้ทั้งกรณีที่มีหรือไม่มีการเปลี่ยนแปลง configuration โดยที่ผู้ใช้งานปลายทางยังคงสามารถใช้งานแอปได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่เกิดการหยุดชะงักของบริการ

Zero Downtime บน Mendix Cloud คืออะไร?

พูดง่าย ๆ คือ Zero Downtime บน Mendix Cloud ช่วยให้คุณสามารถ restart แอป Mendix พร้อมการเปลี่ยนแปลง configuration ได้ โดย ไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้งานของผู้ใช้ปลายทางเลย

คุณได้ประโยชน์อะไรบ้าง?

ความสามารถใหม่นี้มอบข้อดีหลายประการ ที่ช่วยให้การดูแลระบบและการทำงานของทีมมีประสิทธิภาพมากขึ้น:

✅ ปรับ configuration ได้อย่างสบายใจ

ต้องการปรับค่า constant หรือแก้ไขการตั้งค่า scheduled event ใช่ไหม? ตอนนี้คุณสามารถทำการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้ ในเวลาทำงานปกติ โดยมั่นใจได้ว่าผู้ใช้งานจะไม่ได้รับผลกระทบ ไม่จำเป็นต้อง deploy ตอนดึกหรือทำงานช่วงวันหยุดอีกต่อไป แม้จะเป็นการแก้ไขเล็กน้อย

✅ ลดเวลาการวางแผน downtime

การวางแผน downtime แม้เพียงเล็กน้อยสำหรับการปรับ configuration อาจเป็นขั้นตอนที่ยุ่งยากและกินเวลา Zero Downtime ช่วย ขจัดขั้นตอนเหล่านี้ออกไปทั้งหมด ช่วยประหยัดทั้งเวลาและทรัพยากรของทีม

✅ ระบบทำงานต่อเนื่องแม้มีการบำรุงรักษาแพลตฟอร์ม

แม้ในช่วงที่มีการบำรุงรักษาแพลตฟอร์ม Mendix Cloud แอปของคุณก็ยังคงทำงานได้อย่างต่อเนื่อง เพิ่มความมั่นใจและความเสถียรให้กับแอปที่มีความสำคัญต่อธุรกิจ

ด้วย Zero Downtime บน Mendix Cloud Mendix ทำให้การบริหารจัดการและดูแลแอปเป็นเรื่องง่ายกว่าที่เคย พร้อมการให้บริการที่ต่อเนื่องและประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ใช้งาน คุณสามารถพัฒนาและอัปเดตแอปได้อย่างอิสระ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการหยุดให้บริการอีกต่อไป

Introducing Mendix Cloud Private Connectivity (public beta)!

  • Mendix Cloud Private Connectivity ซึ่งขับเคลื่อนด้วย Tailscale ได้เปิดให้ทดลองใช้งานแบบ Public Beta ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา ฟีเจอร์นี้ช่วยให้คุณสามารถเชื่อมต่อแอป Mendix กับระบบภายในได้อย่าง ปลอดภัยและโดยตรง โดยไม่จำเป็นต้องเปิดระบบเหล่านั้นสู่ public internet
  • Zero-Trust Security ผสานความเรียบง่ายระดับ Enterprise – เชื่อมต่อแอป Mendix ของคุณเข้ากับ: ฐานข้อมูลภายในองค์กร (On-premises databases), ระบบ SAP, Private cloud resources ผ่านเครือข่ายที่ เข้ารหัส (encrypted) และ แยกขาดจากภายนอก (isolated) ซึ่งคุณเป็นผู้ควบคุมเองทั้งหมด ตอบโจทย์แนวคิด Zero-Trust Security อย่างแท้จริง โดยไม่เพิ่มความซับซ้อนในการดูแลระบบ
  • จัดการการเชื่อมต่อได้เองแบบ Self-Service – คุณสามารถ: ตั้งค่า, จัดการ, และควบคุม private connections ทั้งหมด ได้โดยตรงผ่าน Mendix Platform พร้อมระบบ governance และ workflow สำหรับการอนุมัติ ที่มีมาให้ในตัว เหมาะอย่างยิ่งสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการทั้งความยืดหยุ่นและการควบคุม
  • ทดลองใช้งานฟรีในช่วง Beta – คุณสามารถทดลองใช้โซลูชันการเชื่อมต่อรูปแบบใหม่นี้ได้ ฟรีในช่วง Beta พร้อมร่วมให้ feedback เพื่อช่วยกำหนดทิศทางของฟีเจอร์สำคัญนี้ในอนาคต

https://www.mendix.com/blog/introducing-mendix-cloud-private-connectivity-public-beta

Governance

Introducing Contract Compliance – Notifications & Alerts

การดูแลให้สัญญา (contract) ของคุณเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ คือหัวใจสำคัญของการดำเนินงานที่ราบรื่นและปราศจากความเสี่ยงต่อการหยุดให้บริการ Mendix แนะนำให้ดำเนินการล่วงหน้าก่อนวันหมดอายุของสัญญา และเราพร้อมสนับสนุนคุณในทุกขั้นตอน

ด้วยเหตุนี้ เราจึงยินดีอย่างยิ่งที่จะประกาศเปิดตัว Contract Compliance – Notifications & Alerts ฟีเจอร์ใหม่ที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยสนับสนุนธุรกิจของคุณเชิงรุก ด้วยการทำให้กระบวนการต่ออายุสัญญาง่ายและเป็นระบบมากขึ้น ความสามารถนี้ช่วยให้คุณ ไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหว ในการบริหารจัดการสัญญา Mendix อีกต่อไป

ด้วยฟีเจอร์นี้ คุณจะได้รับ:

📧 Email Reminders

เริ่มแจ้งเตือนล่วงหน้า 90 วันก่อนวันหมดอายุสัญญา อีเมลจะแนะนำขั้นตอนถัดไปอย่างชัดเจน พร้อมอธิบายผลกระทบหากไม่ได้ดำเนินการต่ออายุ เราออกแบบการแจ้งเตือนให้เกิดขึ้นหลายช่วงเวลา เพราะเข้าใจดีว่าอีเมลอาจถูกมองข้ามได้

🔔 Platform Notifications & Banners

ตั้งแต่ 30 วันก่อนสัญญาหมดอายุ ผู้ใช้งานจะเห็นการแจ้งเตือนและแบนเนอร์โดยตรงบน Mendix Platform ช่วยให้ผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์มได้รับการแจ้งเตือนแบบ real-time เพื่อไม่ลืมดำเนินการต่ออายุสัญญา

ทั้งหมดนี้ช่วยให้การต่ออายุสัญญาเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่มีเรื่องไม่คาดคิด ไม่ว่าจะเป็นการหลีกเลี่ยง downtime การรักษาสิทธิ์การใช้งานฟีเจอร์ระดับพรีเมียม หรือความอุ่นใจในการใช้งานระบบอย่างต่อเนื่อง Contract Compliance – Notifications & Alerts ช่วยทำให้กระบวนการต่ออายุสัญญาเป็นเรื่องง่ายและไร้ความกังวล เรายินดีอย่างยิ่งที่จะเดินเคียงข้างและสนับสนุนความสำเร็จของคุณอย่างต่อเนื่อง

❓ มีคำถามเพิ่มเติม? ติดต่อ Customer (Partner) Success Manager ของคุณได้ทันที

Marketplace

ขจัดความไม่แน่นอนและความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ด้วยการระบุ คอมโพเนนต์ที่พร้อมใช้งานในระบบจริง (production-ready) ให้ชัดเจนทั่วทั้ง Marketplace นักพัฒนาสามารถพึ่งพา ป้ายกำกับเดียวกันคือ “Company Approved” เพื่อแยกแยะระหว่างคอมโพเนนต์ภายในที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ กับคอมโพเนนต์สำหรับทดลองหรือใช้เพื่อการฝึกอบรม

มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง?

🏷️ Extended Labeling: เพิ่มการรองรับสถานะ “Company Approved” สำหรับคอมโพเนนต์ใน Private Marketplace ช่วยให้การกำกับดูแลคอมโพเนนต์ภายในองค์กรมีมาตรฐานเดียวกับคอมโพเนนต์สาธารณะ

🔍 Unified Studio Pro Filtering: ปรับปรุงตัวกรองใน Studio Pro ให้สามารถแสดงทั้งคอมโพเนนต์ที่ได้รับการรับรองแบบ Public และ Private ในมุมมองเดียว

สำหรับองค์กรที่มีทีมพัฒนาขนาดใหญ่และมีคอมโพเนนต์ภายในจำนวนมาก ฟีเจอร์นี้ช่วยลดความเสี่ยงที่นักพัฒนาจะเผลอนำโมดูลประเภท “sandbox” หรือ “training” ไปใช้ในระบบ production เพียงใช้ตัวกรอง “Company Approved” ใน Studio Pro นักพัฒนาจะเห็นเฉพาะรายการคอมโพเนนต์ที่ ปลอดภัยและได้รับอนุญาตให้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นคอมโพเนนต์แบบ public หรือ private

Compass Self-Ownership: เส้นทาง Digital Transformation ในแบบของคุณ

เส้นทางสู่ความสำเร็จด้าน Digital Transformation กับ Mendix ควรเริ่มต้นได้ทันทีในวันที่คุณพร้อม

ด้วยเหตุนี้ เราจึงขอแนะนำ Compass Self-Ownership ซึ่งช่วยให้คุณ เป็นผู้ควบคุมเส้นทางการพัฒนาแบบ low-code ของคุณเองตั้งแต่วันแรก

เริ่มต้นง่าย ๆ ในแบบที่เหมาะกับคุณ

เพียงตอบคำถามเดียวเกี่ยวกับจุดที่คุณอยู่ในเส้นทางการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล Compass จะคัดสรรเนื้อหาและคำแนะนำที่เหมาะสมกับเส้นทางของคุณโดยเฉพาะ ไม่ว่าคุณจะ:

  • เชื่อมการทำงานร่วมกันระหว่าง IT และ Business
  • เดินหน้าสู่เป้าหมายที่ท้าทายและทะเยอทะยาน
  • หรือวางแผน ขยายการใช้งานหลายแอปพลิเคชันในระดับองค์กร
  • Compass จะปรับตัวตามบริบทของคุณ และช่วยให้คุณก้าวต่อไปได้อย่างมั่นใจ

คุณสามารถเริ่มต้นเส้นทางนี้ได้ ตั้งแต่ตอนนี้ เพียงเข้าไปที่ Compass และเริ่มควบคุมความสำเร็จของคุณบน Mendix ด้วยตัวคุณเอง

การปรับปรุง SCIM User Management Module

โมดูล SCIM User Management ได้รับการขยายความสามารถให้รองรับ standard user attributes ได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ช่วยให้การทำ automated end-user onboarding มีความสมบูรณ์กว่าเดิม

แอปพลิเคชันสามารถรับข้อมูลผู้ใช้เพิ่มเติมได้ เช่น:

  • displayName
  • ภาษาที่ต้องการใช้งาน (preferred language)
  • locale
  • timezone
  • profile URL

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้สามารถทำ personalization ได้ตั้งแต่ก่อนผู้ใช้จะล็อกอินครั้งแรก ด้วยการรองรับ SCIM core schema ที่ครบถ้วนยิ่งขึ้น Mendix ยังคงทำให้การเชื่อมต่อกับ Entra ID และ Okta เป็นเรื่องง่าย ในขณะเดียวกันก็มอบข้อมูลโปรไฟล์ที่สมบูรณ์ให้กับนักพัฒนาโดยไม่ต้องตั้งค่าเพิ่มเติม

ปรับปรุงการจัดการ SCIM ระหว่าง Environment

Mendix ยังได้ปรับปรุงพฤติกรรมของ SCIM ในกระบวนการพัฒนาและ deployment ก่อนหน้านี้ เมื่อมีการลบ SCIM client ผู้ใช้ทั้งหมดที่ถูกสร้างขึ้นโดย client นั้นจะยังคงอยู่ ส่งผลให้การย้ายจาก test ไปยัง production identity provider ทำได้ยากและเสี่ยงต่อความสับสน

ใน Release นี้ ผู้ดูแลระบบสามารถ:

  • ดูรายชื่อผู้ใช้ทั้งหมดที่เชื่อมโยงกับ SCIM client แต่ละตัว
  • ลบผู้ใช้เหล่านั้นได้แบบ bulk
  • จากนั้นจึงลบ SCIM client ได้อย่างปลอดภัย

ช่วยให้การจัดการ SCIM ระหว่าง environment เป็นไปอย่าง สะอาด เป็นระบบ และคาดการณ์ได้ การปรับปรุงทั้งหมดนี้ช่วยให้ SCIM ใช้งานง่ายขึ้น บริหารจัดการได้สะดวกขึ้น และมีความเสถียรมากขึ้น ตอบโจทย์องค์กรทุกขนาด ตั้งแต่ทีมขนาดเล็กไปจนถึง enterprise ที่มีระบบ IAM ซับซ้อน

Mendix Cloud GenAI: ปรับแผนทรัพยากร GenAI ตามการใช้งานที่เปลี่ยนไป

ปริมาณการใช้งาน token ของแอปคุณมีการเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลาหรือไม่? ด้วยความสามารถใหม่ในการ ปรับแผนการใช้งานแบบ self-service คุณสามารถ อัปเกรดหรือดาวน์เกรด แผนของ text model และ embedding model ได้ตามความต้องการใช้งานจริง ฟีเจอร์นี้ช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่า ทรัพยากร GenAI ถูกใช้งานอย่างเหมาะสม ทั้งในแง่ของประสิทธิภาพและต้นทุน

ปรับแผนได้เองผ่าน Control Center

ในฐานะ Company Admin คุณสามารถปรับแผนทรัพยากร GenAI ได้โดยตรงผ่าน Control Center โดยไม่ต้องติดต่อ support ในขั้นตอนนี้ คุณสามารถ:

  • เลือก อัปเกรด (upgrade) แผนทรัพยากรให้เหมาะกับการใช้งานที่เพิ่มขึ้น
  • หรือ ดาวน์เกรด (downgrade) แผนทรัพยากรเมื่อความต้องการลดลง

การ อัปเกรด จะมีผล ทันที ส่วนการ ดาวน์เกรด จะมีผลเมื่อสิ้นสุด รอบ subscription ปัจจุบัน ความสามารถนี้ช่วยให้องค์กรสามารถ ควบคุมค่าใช้จ่ายด้าน GenAI ได้ดีขึ้น พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของ workload ได้อย่างยืดหยุ่น

Visualizing AI’s chain-of-thought: Gantt Chart for Traces

การทำความเข้าใจว่า AI สร้างคำตอบขึ้นมาได้อย่างไร อาจเป็นเรื่องซับซ้อน ด้วยฟีเจอร์ใหม่ Gantt Chart สำหรับ Traces เราได้นำความซับซ้อนนั้นมาแปลงเป็น ไทม์ไลน์เชิงภาพที่เข้าใจง่าย ช่วยให้คุณมองเห็นกระบวนการสร้างคำตอบของ AI แบบ ทีละขั้นตอน ได้อย่างชัดเจนกว่าที่เคย

การแสดงผลในรูปแบบ Gantt Chart ช่วยให้:

  • เข้าใจลำดับการทำงานของ AI ได้ง่ายขึ้น
  • เห็นความสัมพันธ์และระยะเวลาของแต่ละขั้นตอน
  • วิเคราะห์และปรับปรุง AI workflow ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ฟีเจอร์นี้เป็นส่วนหนึ่งของ Conversational UI module และพร้อมให้ทดลองใช้งานใน GenAI Showcase Application รวมถึง starter apps อื่น ๆ (หลังจากเปิดใช้งานฟีเจอร์แล้ว) ไม่ว่าคุณจะกำลังพัฒนา Conversational Experience หรือปรับแต่ง AI workflow ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น มุมมองเชิงภาพนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจการทำงานของ AI ได้อย่างทรงพลัง และอยู่ในมือคุณอย่างแท้จริง

Better performance and reduced latency with Streamable HTTP transport for MCP

การสตรีมข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพเป็นหัวใจสำคัญของแอป AI แบบ real-time ด้วย Streamable HTTP transport รูปแบบใหม่ Mendix ได้ยกระดับการสื่อสารให้ทันสมัยยิ่งขึ้น โดยมาแทนที่แนวทางเดิมแบบ HTTP + SSE ด้วยโซลูชันที่ยืดหยุ่นกว่า ให้ ประสิทธิภาพที่ดีขึ้น และ ลด latency ลงอย่างชัดเจน

เราได้เพิ่มการรองรับ transport รูปแบบใหม่นี้ให้กับทั้ง:

โดย transport แบบใหม่จะถูกใช้งานเป็นค่าเริ่มต้นฝั่ง server ตั้งแต่เวอร์ชัน 4.0.0 เป็นต้นไป และจะถูกใช้งานฝั่ง client เมื่อเลือก protocol version 2025-03-26 ระหว่างการตั้งค่า

การปรับปรุงนี้ช่วยให้การพัฒนา AI workflow และ Agentic AI บน Mendix มีความลื่นไหล ตอบสนองได้รวดเร็วขึ้น และเหมาะกับ use case แบบ real-time มากยิ่งขึ้น

Source: Release 11.7 – Zero Downtime, AI Tools & React Ready